Business

16 กุมภาพันธ์ 2567, กรุงเทพฯ – ออเนอร์ (HONOR) ผู้ให้บริการอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัวและเผยโฉม HONOR Magic 6 Series และHONOR Magic V2 RSR ในงาน Mobile World Congress 2024 (MWC2024) อีเวนต์จัดแสดงเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ณ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 กุมภาพันธ์ 2567

HONOR ยืนยันเข้าร่วมงาน Mobile World Congress 2024 หรือ MWC2024 โดยภายในงานจะมีการเปิดตัว สมาร์ตโฟนระดับแฟลกชิปทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ HONOR Magic 6 Series และ HONOR Magic V2 RSR พร้อมเผยแนวความคิดและแรงบันดาลใจในการดีไซน์ รวมถึงสเปคต่าง ๆ และนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ตลอดจนคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดราคาของสมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นในงานครั้งนี้ด้วย

HONOR ชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอีกก้าวครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกของโลกกับการเปิดตัวสมาร์ตโฟน
เรือธง HONOR Magic 6 Series และ HONOR Magic V2 RSR ในงาน MWC2024 โดยเป็นการเปิดตัวในฝั่งของ Global ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนรับชมพร้อมกันแบบสด ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาประเทศไทย สามารถรับชมได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.hihonor.com/th/events/honor-mwc

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำกลยุทธ์โมเมนต์มาร์เก็ตติ้ง ส่งแคมเปญ “GrabMart ส่งถึงใจใน 25 นาที” ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ผนึกพันธมิตรร้านค้ายกทัพไอเท่มเด็ดเป็นตัวแทนสื่อรัก มาพร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 25% พร้อมเผย 5 สินค้าขายดีในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ พบดอกกุหลาบยังคงครองแชมป์ไอเท่มสื่อรักแทนใจด้วยยอดขายที่เติบโตกว่าช่วงปกติถึง 9 เท่า ขณะที่ถุงยางอนามัยขายดีในวันวาเลนไทน์กว่าปกติถึงกว่า 30%

นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ในปีนี้ ยังคงคึกคัก นับตั้งแต่ช่วงปีใหม่[1] ต่อเนื่องมาจนถึงเทศกาลตรุษจีน[2] แม้ว่าผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังกับการใช้จ่าย แต่ก็มีแนวโน้มขยายตัว ด้วยอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกอบกับการโหมทำกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายของธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก”

“สำหรับแกร็บ ปีนี้เรายังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์โมเมนต์มาร์เก็ตติ้ง โดยเราได้ศึกษาอินไซต์และพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในเทศกาลต่างๆ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ในโมเมนต์นั้นๆ ทั้งนี้เทศกาลแห่งความรักถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษที่คนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และมีพฤติกรรมการแสดงออกถึงความรักผ่านการมอบของขวัญ รวมถึงการพาคนรักหรือคนพิเศษไปทานอาหารนอกบ้าน เราจึงได้ผนึกพันธมิตรร้านค้าส่งแคมเปญ ‘GrabMart ส่งถึงใจใน 25 นาที’ ชวนผู้ใช้บริการมอบของแทนใจผ่านบริการแกร็บมาร์ทที่ส่งถึงไวในเวลา 25 นาที มาพร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 25% เพียงใส่โค้ด VDAY (เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 600 บาทขึ้นไป) ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์”

แกร็บยังได้เผย 5 ประเภทสินค้าที่ขายดีผ่านบริการแกร็บมาร์ทในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ (ระหว่าง 1 – 14 กุมภาพันธ์) ซึ่งประกอบด้วย ช่อดอกไม้ ของขวัญ-กิฟต์เซ็ต ช็อคโกแลต ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม รวมถึงชุดไหว้-พวงมาลัย (สำหรับสายมู) โดย “ดอกกุหลาบ” ยังคงเป็นไอเท่มสื่อรักแทนใจที่ขายดีอันดับหนึ่งด้วยยอดขายที่เติบโตกว่าช่วงปกติถึง 9 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่า “ถุงยางอนามัย” ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท่มสุดฮอตที่ขายดีมากโดยเฉพาะในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยมียอดขายสูงกว่าปกติถึง 30%

“เพื่อสร้างสีสันให้กับแคมเปญนี้ แกร็บมาร์ทยังได้ชวนอินฟลูเอนเซอร์ตัวมัม นำทีมโดย เอิ๊กชาลิสา และพัมกิ้น พร้อมด้วยเหล่าาพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่มาในลุคกามเทพสุดหล่อ ร่วมส่งต่อความรักผ่านช่อกุหลาบและการ์ดวาเลนไทน์ให้กับผู้ใช้บริการทั่วกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก นอกจากนี้ แกร็บฟู้ดยังเอาใจคู่รักให้ได้ฉลองเทศกาลพิเศษกับบริการกินที่ร้าน (Dine-in) ด้วยแคมเปญพิเศษ ‘GrabFood Dine-in Valentine’s Sweet Guide’ ที่มอบดีลส่วนลดสูงสุดถึง 50% สำหรับร้านอาหารที่ร่วมรายการ” นายพนมกร กล่าวเสริม

นับถอยหลังมาตรการ “อีซี่ อี – รีซีท” อาทิตย์สุดท้าย เคทีซีชวนสมาชิกใช้สิทธิ์ ณ ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักอ่านทุกวัยด้วยส่วนลดสูงสุด 20% และใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มอีก 18% หลังยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร้านหนังสือโต 3% สวนกระแสพฤติกรรมสมาชิกนิยมอ่านหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

นายธีรพจน์ โชคอนันตัง ผู้อำนวยการ การตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เคทีซีในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ (Learning Organization) พร้อมสนับสนุนคนไทยรักการอ่านจึงได้ร่วมกับพันธมิตรจากร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศประกอบด้วย เอเชียบุ๊คส / ศูนย์หนังสือจุฬา / บีทูเอส / นายอินทร์ / ซีเอ็ดบุ๊ค / บุ๊คกาซีน และ สุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีดังนี้ 1) ส่วนลดสูงสุด 20% หรือ สูงสุด 450 บาท 2) แลกรับเครดิตเงินคืน 18% เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีทุก 500 บาท และใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 500 คะแนน  สามารถลงทะเบียนได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ พิมพ์ R24 เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรฯ 16 หลัก และส่งมาที่เบอร์โทรศัพท์ 06 1384 5000 / เว็ปไซต์ : ktc.promo/r24 และ KTC PHONE 02 123 5000

นอกจากนี้ สมาชิกยังได้รับสิทธิพิเศษ ผ่อน 0.69% ต่อเดือน นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (รวมรายการที่มียอดซื้อตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป) ขอรับบริการได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 ในวันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ktc.co.th/promotion/book-hobby-entertainment/book-and-publishing/read-n-greet-2024

“ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะหันไปอ่านหนังสือผ่านช่องทางอื่นๆ อาทิ ออนไลน์ โซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่การซื้อหนังสือเล่มในปี 2566 ที่ผ่านมายอดการใช้จ่ายในหมวดหนังสือยังคงสามารถเติบโตสวนกระแสได้ถึง    3% และต้องบอกว่าการซื้อหนังสือในช่วงนี้ สมาชิกยังได้รับสิทธิ์ตามมาตรการของภาครัฐ “อีซี่ อี – รีซีท”(Easy E-Receipt) ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกไม่เกิน 50,000 บาทอีกด้วย อย่างไรก็ดี สิทธิพิเศษที่เคทีซีมอบให้สมาชิกสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่  30 เมษายน 2567นายธีรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ 

หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี

เคทีซีมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกบัตรเคทีซี ที่ช้อปสินค้าไอทีผ่านร้านค้าพันธมิตรออนไลน์ชั้นนำ รับสิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีจากการเข้าร่วมมาตรการ “อีซี่ อี-รีซีท” (Easy E-Receipt) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567 เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตเคทีซี พร้อมรับความคุ้มค่า 2 ต่อ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567

นายณัฐสิทธิ์  สุนทราณู  ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หลังจากภาครัฐออกมาตรการ “อีซี่ อี-รีซีท” เพื่อให้ประชาชนสามารถนำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มาลดหย่อนภาษีออนไลน์สูงสุดถึง 50,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่า การใช้บัตรเครดิตเคทีซีในการซื้อสินค้าในหมวดไอทีเพิ่มขึ้น 10%  ซึ่งน่าจะเป็นผลจากมาตรการดังกล่าวที่สอดรับกับความต้องการของประชาชน รวมถึงโปรโมชันที่สนับสนุนให้สมาชิกได้รับความคุ้มค่าจากสิทธิพิเศษควบคู่กันไปถึง 2 คุ้ม

  • คุ้มที่1 ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน/ส่วนลด  เมื่อมียอดผ่อน

ชำระ 3 เดือนขึ้นไป

  • คุ้มที่ 2 ใช้คะแนน KTC FOREVER ตั้งแต่ 1,000 คะแนนขึ้นไป เพื่อแลกรับเครดิตเงินคืน

เพิ่มสูงสุดอีก 20% เมื่อชำระเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตเคทีซีตามยอดใช้จ่ายที่กำหนด ณ ร้านค้าไอทีชั้นนำที่ร่วมรายการ ได้แก่ Advice, J.I.B., IT City, Asus, HP, Lenovo, Acer, BaNANA, Studio7, iStudio by Copperwired, .life, iStudio by SPVI และ iStudio by Uficon หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ktc.promo/itonline

รับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาทต่อเดือน* และรับอั่งเปาส่วนลดจากเจมาร์ทรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เมื่อใช้บริการ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 29 ก.พ. นี้

กรุงเทพฯ (9 กุมภาพันธ์ 2567)ทรูมันนี่ ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ร่วมกับบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด จับมือ เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile)  ผู้นำประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม เอาใจสายแกดเจ็ต ให้สามารถผ่อนชำระสินค้าได้แบบสบาย ๆ ผ่านวงเงินพร้อมใช้ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) บนแอปทรูมันนี่ได้เป็นครั้งแรก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล พร้อมเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินในการซื้อสินค้าและบริการให้แก่ผู้ใช้งาน พร้อมส่งแคมเปญพิเศษ รับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาทต่อเดือน* และรับอั่งเปาส่วนลดจากเจมาร์ทรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เมื่อใช้บริการ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า ซื้อสินค้า ณ ร้านเจมาร์ททั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 29 ก.พ. 2567 นี้

นายอิทธินันท์ วัฒน์สุขสันติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์สินเชื่อ บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด  ผู้ให้บริการ Pay Next Extra ผ่านแอปทรูมันนี่ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา บริการ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) เป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ผู้ใช้ทรูมันนี่และผู้บริโภคยุคใหม่สามารถจับจ่ายสินค้าตามไลฟ์สไตล์ได้สะดวกสบายและสามารถจัดการเรื่องเงินได้ง่ายกว่าที่เคย ผ่านวงเงินพร้อมใช้ที่มีในแอปโดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต โดยภายหลังการเปิดตัวในปี 2565 บริษัทฯ ได้เดินหน้ายกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านทางเลือกการใช้งาน หมวดหมู่และจำนวนร้านค้าพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทำให้เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามียอดผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นถึง 2 เท่าของปีก่อน และคาดว่าในปี 2567 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง ทรูมันนี่ และ เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile)  ในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการทรูมันนี่กว่า 27 ล้านคนทั่วประเทศสามารถซื้อสินค้าแกดเจ็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ณ ร้านเจมาร์ท (Jaymart) ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อตอบรับต่อความต้องการของผู้ใช้สายแกดเจ็ทและไอที อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ ในการเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้จ่ายในทุกไลฟ์สไตล์ ให้เป็นเรื่องง่าย และเป็นไปได้ ได้ทุกคน”

นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด  กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ ทรูมันนี่ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่า เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile)  เป็นมากกว่าผู้นำร้านค้าปลีกมือถือรายใหญ่ โดยเรามุ่งสู่การเป็น Financial  Destination ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ของเรา ที่ช่วยเสริมสร้างวิถีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีได้ง่ายมากขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile)  ต้องการเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น เปิดโอกาสแก่ผู้บริโภคให้สามารถผ่อนชำระสินค้าเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นกับชีวิตประจำวันได้ โดยสามารถเลือกวิธีชำระสินค้าตามเงื่อนไขที่สะดวกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยบริการเพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra)  ผ่านแอปทรูมันนี่ ซึ่งเป็นช่องทางการชำระเงินที่ทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่  และยังเป็นการพัฒนารูปแบบการขายเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค ด้วยให้บริการผ่อนสินค้าสะดวก ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มต้นการให้บริการภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมต้อนรับการเปิดตัวของสินค้าใหม่ที่เหมาะกับยุคดิจิทัลจากแบรนด์ชั้นนำในงาน Thailand Mobile Expo 2024

ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการที่ร้านเจมาร์ท ได้ง่ายกว่าใครโดยนำเสนอบริการสินเชื่อที่ตอบรับความต้องการของผู้บริโภค โดยผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต / บัตรกดเงินสด สามารถเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการที่ร้านเจมาร์ทได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพียงใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน ที่สามารถขอรับบริการ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ  รับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาทต่อเดือน* และรับอั่งเปาส่วนลดจากเจมาร์ทรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ได้ที่ร้านเจมาร์ท 250 สาขา และมีแผนขยายเพิ่มขึ้นในเฟส 2 ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาทในปีนี้”

บริการ ‘เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra)’ โดยบริษัท แอสแซนด์ นาโน จำกัด เป็นวงเงินพร้อมใช้ที่สามารถสมัครผ่านแอปทรูมันนี่ โดยมอบทางเลือกในการใช้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. “เลือกผ่อนชำระนาน 48 เดือน” สามารถผ่อนชำระสินค้าและบริการจากร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการในหมวดหมู่ต่าง ๆ ด้วยวงเงินเพื่อใช้ซื้อสินค้าสูงสุดถึง 100,000 บาท 2. “ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง ไม่มีดอกเบี้ย” โดยสามารถสแกนจ่าย ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 7,000 ร้านค้าทั่วประเทศ หรือ 3. “เบิกเงินสดเต็มจำนวน” เข้าบัญชีวอลเล็ทในทรูมันนี่ สำหรับการใช้จ่ายสินค้าตามความต้องการ ลูกค้าที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทรูมันนี่เพื่อสมัคร บริการฯ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ หรือ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการเพื่อสมัครและยืนยันตัวตน

พิเศษ! ลูกค้าทรูมันนี่ ที่ใช้บริการ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) เพื่อซื้อสินค้า ณ ร้าน เจมาร์ท สาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงในงาน “Thailand Mobile Expo 2024” ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ รับเงินคืนสูงสุดถึง 4,500 บาท ต่อเดือน* และรับอั่งเปาส่วนลดจากเจมาร์ทรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้จนถึง 29 กุมภาพันธ์นี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) และรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/a/paynext-extra-endyear/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การดูแลรูปร่างและการมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม  กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่รู้หรือไม่ว่า การดื่มกาแฟก็สามารถช่วยดูแลรูปร่างได้เช่นกัน กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ประโยชน์ของกาแฟไม่มีเพียงช่วยให้ตื่นตัวและกระฉับกระเฉงเท่านั้น เพราะในกาแฟยังมีสารสำคัญที่ช่วยในการดูแลรูปร่างได้อีกด้วย

การดื่มกาแฟช่วยดูแลรูปร่างได้อย่างไร ?

จากการศึกษาพบว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำสามารถช่วยดูแลรูปร่างได้ โดยจะออกฤทธิ์ในหลายกลไก ดังนี้

เพิ่มการเผาผลาญ และลดการสะสมไขมัน : คาเฟอีนในกาแฟช่วยกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

ลดความอยากอาหาร: คาเฟอีนยังช่วยลดความอยากอาหาร โดยออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพปไทด์ YY (PYY) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้รู้สึกอิ่ม

ลดการดูดซึมน้ำตาล: กรดคลอโรเจนิกในกาแฟช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้เล็ก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วยลดความอยากอาหาร

กิฟฟารีน ผู้นำแบรนด์เพื่อสุขภาพและความงาม ได้ค้นคว้าผลิตภัณฑ์เอาใจคอกาแฟสายสุขภาพ  ขอแนะนำ  2 ผลิตภัณฑ์ใหม่  Royal Crown Americano Plus (รอยัลคราวน์ อเมริกาโน่ พลัส) สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง และ Royal Crown Dark Roast (รอยัลคราวน์ ดาร์ก โรสต์) สำหรับผู้ที่เลิฟการดื่มกาแฟคั่วเข้ม หวานน้อย

     อยากหุ่นสวย เริ่มได้จากซองนี้ Royal Crown Americano Plus (รอยัลคราวน์ อเมริกาโน่ พลัส) พลัสสิ่งดีๆ แต่ไม่พลัสไซส์ อร่อยเข้ม พร้อมประโยชน์เพื่อหุ่นสวยและสุขภาพที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟอเมริกาโน่และต้องการดูแลรูปร่าง  เป็นผู้ช่วยให้กับหนุ่มสาวที่อยากหุ่นสวยและรักสุขภาพ

มีส่วนผสมของสารสำคัญ ที่มีงานวิจัยว่ามีส่วนช่วยในการดูแลรูปร่าง 5 ชนิด ได้แก่ สารสกัดจากเมล็ดกาแฟไม่คั่ว สารสกัดจากส้มแขก สารสกัดจากถั่วขาว  แอล-คาร์นิทีน และโครเมียม

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟเข้มข้น กลมกล่อม ให้รสชาติเข้มกำลังดี ขอแนะนำ Royal Crown Dark Roast (รอยัลคราวน์ ดาร์ก โรสต์) กาแฟ 3 อิน 1 รสเข้มข้น น้ำตาลน้อย หอมอร่อย ด้วยกาแฟคั่วเข้ม 2 สายพันธุ์ จากกาแฟอาราบิก้าผสมโรบัสต้า ที่ผ่านการคั่วเข้ม (Dark Roast) ผสมครีมเทียม น้ำตาลน้อย เพียง 4 กรัม และสารให้ความหวานจาก แอซีซัลเฟม เค ปราศจากแคลอรี่ ให้รสชาติกลมกล่อมอย่างพอดี ทำให้มีความอร่อย เข้ม ลงตัว ไม่มีโคเลสเตอรอลและไม่มีไขมันทรานส์ ดื่มง่ายแค่ฉีกซอง

ถึงแม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการดื่มกาแฟมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ทำให้นอนไม่หลับ ใจสั่น วิตกกังวล และปวดหัวได้ นอกจากนี้ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร และโรคไต ควรระมัดระวังในการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะอาจมีผลกระทบต่ออาการของโรคได้

ดังนั้นการดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยดูแลสุขภาพ และสามารถช่วยรักษารูปร่างได้ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกดื่มกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมพร่องมันเนย และควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือครีมลงในกาแฟ เพราะจะทำให้กาแฟมีแคลอรีสูงขึ้น ควรเลือกดื่มกาแฟที่มีน้ำตาลน้อย และดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 4 แก้วกาแฟ

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยแผนกธุรกิจค้าปลีกที่รู้จักกันในนาม Minor Lifestyle และผู้นำด้านป๊อปคัลเจอร์ระดับโลก POP MART ยินดีประกาศถึงความสำเร็จในการเปิดตัว IP Theme Store แห่งแรกของประเทศไทย ความร่วมมือที่เริ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา นำไปสู่การขับเคลื่อนความเติบโตและอิทธิพลของวงการอาร์ตทอยในประเทศ

ร้านค้าแรกและเป็นสาขา Flagship ที่เปิดตัวไปที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่เพียงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับแฟนๆและผู้สนใจเป็นอย่างมาก และเพื่อต่อยอดความสำเร็จนี้ พันธมิตรทั้งสองพร้อมที่จะเปิดตัว Crybaby IP Theme Store แห่งแรก ที่มั่นใจว่าแฟนๆจะตั้งตารอ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในกรุงเทพตอนเหนือด้วยทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยม การขยายสาขาในครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับ กลุ่มบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ครบวงจรในประเทศไทย

ความนิยมของ Crybaby ก้าวข้ามขีดจำกัด ไม่เพียงแค่ความน่ารักและลักษณะเฉพาะของคาแรคเตอร์ที่ทำให้ทุกคนหลงรัก แต่ยังได้รับความชื่นชอบอย่างมากในประเทศไทย Crybaby ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยศิลปินชาวไทยและยังได้รับเกียรติในการเป็นศิลปินไทยเพียงคนเดียวที่กำลังร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง POP MART ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศทางศิลปะและอารมณ์ ซึ่งสามารถดึงดูดหัวใจของแฟนๆและผู้สะสมจากทั้งในและต่างประเทศ

Crybaby IP Theme Store แห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และประณีต ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่เพื่อการค้าของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างชุมชนและปลูกฝังอาร์ตทอยคัลเจอร์ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานจุดแข็งจากความเชี่ยวชาญในการค้าปลีกของ Minor Lifestyle และความสามารถในการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ IP (intellectual property) ที่เหนือชั้นของ POP MART ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับวงการอาร์ตทอย

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการเสริมสร้างอาร์ตทอยคัลเจอร์ ผ่านการออกแบบเฉพาะตัว การสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและแปลกใหม่สำหรับนักสะสม และการส่งเสริมชุมชนอาร์ตทอยให้มีสีสัน ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ ป๊อปมาร์ท มีแผนจะดำเนินการขยายธุรกิจต่อไป เพื่อปลูกฝังและสนับสนุนความรักที่มีต่อแบรนด์และ IP ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การดำเนินการกลยุทธ์ทางการตลาด และโอกาสทางการร่วมมือต่างๆ ในอนาคต

เนื่องจาก ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ ป๊อปมาร์ท ยังคงร่วมกันวางรากฐานและยกระดับตลาดอาร์ตทอยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในการเสริมสร้างวัฒนธรรม การขยายตลาดไปทั่วโลก และนำไปสู่ขั้นกว่าของการยกระดับวงการอาร์ตทอยในภูมิภาค

(กรุงเทพฯ, 8 กุมภาพันธ์ 2567) – สายการบินไทยเวียตเจ็ทเชิญชวนผู้โดยสารเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยโปรโมชั่น ตรุษจีนเที่ยวอลัง รับพลังมังกรทอง (Lunar New Year Celebration) เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 88 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 26 ตุลาคม 2567 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธาน อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ ฟูกุโอกะ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และหางโจว รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

ไทยเวียตเจ็ทมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการเชื่อมต่อระหว่างไทยและจีนด้วยการขยายเครือข่ายเส้นทางบินสู่หลายเมืองใหญ่ อาทิ เซี่ยงไฮ้ หางโจว ปักกิ่ง กวางโจว เฉิงตู และเจิ้งโจว เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยเวียตเจ็ทในการตอบสนองความต้องการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางเที่ยวบินและโปรโมชั่นของไทยเวียตเจ็ท ที่ www.vietjetair.com

สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

ปังแน่!! แค่มาไหว้ปักหมุดสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วฟ้าเมืองไทยที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมทุกมิติของการฉลองเทศกาลตรุษจีน ในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2024 ทั้งจับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว พร้อมเป็นแลนด์มาร์คที่อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมความเป็นสิริมงคลทุกประการให้สักการะ เพื่อต้อนรับการเข้าสู่ยุคที่ 9 ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นำทัพความยิ่งใหญ่เสริมความมงคลด้วยการอัญเชิญเทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง เสริมอำนาจบารมีในหน้าที่การงานให้เจริญรุ่งเรือง โดยงานนี้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา เดินทางไปมาเก๊า เพื่ออัญเชิญ “องค์เทพเจ้ากวนอู” จากวัดซำไกวุยคุน หรือวัดกวนอูมรดกโลก มาประทับที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทุกท่านสามารถไปสักการะขอพรเพื่อความก้าวหน้า มั่นคง มั่งคั่งได้แล้วตั้งแต่วันที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้อัญเชิญ เทพมังกร อัญเชิญจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย อัญชิญจากเมืองฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ทำพิธีเทวาภิเษก ณ วิหารพระโพธสัตว์กวนอิมพันเนตรพันกร มูลนิธิพุธนุสรณ์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ ไหว้เทพเจ้าเหย่โหลว หรือ ผู้เฒ่าแห่งดวงจันทร์ (องค์จำลอง) เสริมสิริมงคลเรื่องความรัก ตั้งแต่วันที่ 7 – 20 ก.พ. 67 ณ โซน Beacon 2 และ Groove เซ็นทรัลเวิลด์    

ปักหมุดจุดสักการะ อัญเชิญเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลไทย ได้แก่

  • เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ สักการะได้ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, บางนา, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล มหาชัย, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล อุดร, เซ็นทรัล อุบล, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัลสุราษฐ์ธานี, เซ็นทรัล ศรีราชา และ เซ็นทรัล ระยอง
  • องค์แชกง ภาพปลุกเสกจากฮ่องกง ขอพรให้สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ได้ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และ เซ็นทรัล ขอนแก่น
  • แก้ชงกับไท่ส่วยเอี๊ย ช่วยคุ้มครองดวงชะตา ผ่อนหนักให้เป็นเบา แก้ร้ายให้กลายเป็นดี ได้ที่ เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล เวสต์เกต และ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล ขอนแก่น
  • ขอพร เจ้าแม่กวนอิม ให้ท่านปกป้องรักษา ขจัดอุปสรรค อายุยืนยาว สักการะได้ที่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล มหาชัย, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ภูเก็ต
  • เทพเจ้าแชเล่งเอี้ย หรือ เทพเจ้ามังกร ขอพรเรื่องโชคลาภ ร่ำรวย สักการะบันดาลความอุดมสมบูรณ์ อำนวยพรให้สมปรารถนา และเป็นองค์แทนเทพมังกรที่คุ้มครองดวงชะตา สักการะได้ที่ เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล พระราม 2 ได้อัญเชิญจากวัดมังกรเขียว, เซ็นทรัล ลำปาง อัญเชิญมาจากมูลนิธิสว่าง, เซ็นทรัล พิษณุโลก และ เซ็นทรัล อุดร
  • ไหว้ เจ้าแม่ทับทิม ขอให้ทำมาค้าขึ้น ลงทุน สุขภาพแข็งแรง ขอพรเรื่องความรัก ขอให้มีบุตร สักการะได้ที่ เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล มหาชัย, เซ็นทรัล หาดใหญ่
  • เทพเจ้าเฒ่าจันทรา ประทานความสงบร่มเย็น ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความรัก สักการะได้ที่ เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล อุบล


สักการะ เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งห้า อู่ลู่ไฉเสิน ที่ เซ็นทรัล พระราม 3, เทพเจ้าโจวซือกง ขอพรเรื่องสุขภาพ ที่ เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, องค์ปึงเถ่ากง-ม่า ที่ เซ็นทรัล ขอนแก่น, ไท้จื่อเอี๊ย ประทานพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ที่ เซ็นทรัล อุดร, เทพเจ้าเย่เหล่า ช่วยเสริมดวงความรัก ที่ เซ็นทรัล มหาชัยและ เทพเจ้ากวนอู เสริมบารมี บริวารซื่อสัตย์และจงรักภักดี ส่งผลดีในด้านการงาน ที่ เซ็นทรัล หาดใหญ่  และ องค์หน่าจาซาไท้จื้อ เทพแห่งความสำเร็จ ผู้ประสาทพร 4 ประการ ได้แก่ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ที่ เซ็นทรัล ชลบุรี…พบแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2024” ระหว่างวันที่ 10 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศตรวจสอบวันและจุดสักการะเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจเซ็นทรัลทุกสาขา

#ช้อปเซ็นทรัลเฮงปังดังรวย ​#TheGreatChineseNewYear2024 #CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา  

เคทีซีร่วมส่งเสริมคนไทยใส่ใจสุขภาพจับมือพันธมิตรชั้นนำร้านเสื้อผ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายมอบส่วนลดสูงสุด 15% และลดเพิ่มอีก 15% เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป พร้อมใช้สิทธิ์ “อีซี่ อี – รีซีท” ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดอีก 50,000 บาท

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช  ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท  บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ส่งผลต่อยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายทั้งหมด ปี 2566 เติบโต 20% และจากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการ อีซี่ อี – รีซีท” (Easy E-Receipt) โดยให้สิทธิ์กับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยกเว้นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท เคทีซีจึงได้ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำที่ร่วมรายการที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 – 15 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเป็นการสนับสนุนมาตรการของภาครัฐและกระตุ้นให้เกิดการบริโภคในประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ร้านเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำในเครือ ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) และรันแม็กซ์ (RunmaxX) สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภทรับสิทธิพิเศษดังนี้ 1) ใช้คะแนน KTC FOREVER  1 คะแนน แลกรับ e-Coupon ส่วนลดสูงสุด 400 บาท ผ่านแอป KTC Mobile เพื่อใช้เป็นส่วนลดสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข 2) แลกรับส่วนลดเพิ่ม 13% เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี และใช้คะแนน KTC FOREVER จำนวนเท่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ต่อเซลส์สลิปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 – วันที่ 31 พฤษภาคม 2567

สำหรับร้านเสื้อผ้าและอุปกรณ์ชั้นนำในเครือเรฟ กรุ๊ป (REV GROUP) ประกอบด้วย แชมป์เปี้ยน  (Champion) / โฮก้า (HOKA) / เรฟ รันเนอร์ (REV RUNNR) /  ซอคคือนี่ ( saucony) / สแลมเมอร์ส (SLAMMERS) / เทวา (TEVA) / โอ๊คลี่ย์ (Oakley ) / กู้ดเดอร์ ซันกลาสซิส (goodr sunglasses)

สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี – เรฟ วีซ่า แพลทินัม และเคทีซี – เรฟ แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ได้รับสิทธิพิเศษดังนี้1) รับส่วนลด 15% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ และ 2) แลกรับส่วนลดเพิ่ม 15% เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่อเซลส์สลิป (เฉพาะชำระเต็มจำนวน) สำหรับบัตรเครดิตเคทีซีประเภทอื่นๆ รับสิทธิพิเศษดังนี้1) รับส่วนลด 10%เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป เฉพาะสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการ 2) แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อมียอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป 4,000 บาทขึ้นไปและใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้ต่อเซลส์สลิป หรือแลกรับส่วนลดเพิ่ม 13 % เมื่อมียอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป 1 – 3,999 บาทและใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 – วันที่ 31 พฤษภาคม 2567

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคเรื้อรัง โดย 60% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งซึ่งอาจทำให้ตาบอด ทุพพลภาพ ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคไต และโรคหัวใจ และถึงขั้นเสียชีวิตได้ ตามข้อมูลของ  สมาคมโรคเบาหวานไทย ในปี 2562 ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวาน มากถึง 200 คนต่อวัน นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาใหญ่สำหรับประเทศวงการแพทย์ของไทยแต่รวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลกด้วย

ทั้งนี้ทาง บริษัท เอซวา(เอ-ซะ-ว่า) เอ็นคิวที การลงทุนต่างประเทศและพัฒนาการค้าจำกัด ภายใต้การบริหารงานโดย Mr. VI VAN TRIEU (คุณ วี ฟ่าน เจี้ยว) ผู้ผลิตแบรนด์  DCARE  ที่อยู่ในเส้นทางการดูแลสุขภาพมากกว่า 5 ปี  มีผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพกว่า 20 ชิ้น  เล็งเห็นถึงปัญหาของโรคเบาหวาน ได้ร่วมมือกับ  ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำในอุตสาหกรรม  เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ เม็ดฟู่ DCARE  ทางเลือกที่ดีในการลดและบรรเทาระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ที่บ้าน   โดยผลิตภัณฑ์ เม็ดฟู่ DCARE  ผ่าน กระบวนการวิจัยทางการแพทย์และผลิต คิดค้นด้วยเทคโนโลยี นาโนของประเทศญี่ปุ่น ผ่านการตรวจสอบได้รับการ รับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%  มีส่วนประกอบจากมะระขี้นก และผักเชียงดา เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่  โดยไม่ส่งผลต่อตับและไต มีสารสกัดจาก บอระเพ็ด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยเบาหวาน ปกป้องตับ ป้องกันแผลในกระเพาะอาหารและยังมีสาร สกัดจากต้นอินทนิล ซึ่งเป็นสมุนไพรมีกรดโคโรโซลิกจำนวนมาก ช่วยสร้าง เซลล์เบต้าของตับอ่อน กระตุ้นการผลิตอินซูลินภายใน ช่วยลดและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมดที่อยู่ในเม็ดฟู่ ดีแคร์ จะให้โภชนาการที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและความดันโลหิต เสริมภูมิต้านทาน เพิ่มพลังงานให้แก่ผู้ป่วย

ภายในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พิธีกร คุณธนาธิป ปัญญาเนรมิตดี และ คุณพิมพ์นารา โฆษะวีรวัฒน์ พูดคุยหัวข้อ “เบาหวาน…อย่าเบาใจ” และได้เชิญ พยาบาลวิชาชีพ คุณธนภรณ์ ทองดีบุตร มาให้ความรู้ในหัวข้อ “5 ความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวาน” จากนั้นพิธีกรได้เชิญ Mr. VI VAN TRIEU (คุณ วี ฟ่าน เจี้ยว) ตัวแทนจากแบรนด์ดีแคร์ ขึ้นเปิดงานโดยการชงเม็ดฟู่แก้วยักษ์แจกให้กับสื่อมวลชนได้ชิม เม็ดฟู่ Dcare ไม่ใช่เป็นเพียงผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเท่านั้น แต่เรายังเป็นเพื่อนแท้ พร้อมดูแลสุขภาพของคุณในทุกเส้นทางอีกด้วย  จัดจำหน่ายตามช่องทางออนไลน์นี้ http://Dcarediabet.com

ชวนชิมเมนูไทย-จีนสไตล์โมเดิร์นทวิสต์พร้อมจิบค็อกเทล-ม็อกเทลรสชาติใหม่เฉพาะตรุษจีนนี้เท่านั้น
ที่ร้านอาหารไทยจิม ทอมป์สัน และ The O.S.S. Bar

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2567 – จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก เปิดหลากหลายเมนูอาหาร-เครื่องดื่มสุดพิเศษ เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนรับปีมังกรทองในคอนเซ็ปต์ “The Golden Dragon” จัดเต็มทั้งเมนูจานเด็ดเปี่ยมความหมายดี ๆ ครบทั้งคาว-หวานที่ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน พร้อมรังสรรค์ค็อกเทลและม็อกเคลรสชาติยูนีคโดยมิกโซโลจิสต์ที่ The O.S.S. Bar เสิร์ฟความสุขเสริมศิริมงคลให้เหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ได้ร่วมเฉลิมฉลองกับเพื่อนๆและครอบครัว รวมถึงเอาใจสายแฮงก์เอาต์ให้ได้มาชิลในช่วงเทศกาลกับสเปเชียลเมนูได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 13 กุมภาพันธ์ 2567

ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ชวนลิ้มลองเมนูมงคลสุดเฟสทีฟที่อิ่มอร่อยได้แบบครบคอร์ส สตาร์ตด้วยเมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อยกับรากบัวทอด (Golden Dragon Roots) ที่ได้อินสไปร์มาจากของดีย่านไชน่าทาวน์เมืองไทยอย่างเยาวราช พบกับรากบัวทอดกรอบสีเหลืองทองโรยด้วยไข่ปลาโบทาก้า เข้ากันได้ดีกับซอสมาโยไข่เค็มสไตล์จีนที่เสิร์ฟมาคู่กันอย่างลงตัว ต่อกันด้วยเมนูเมนคอร์สอย่าง ปลากระพงแดงนึ่งซอสบ๊วย (Steamed Red Snapper in Thai-Chinese Plum Emulsion) ปลากระพงแดงสดจากทะเลนำไปนึ่งสไตล์ไทยให้ได้กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น ราดซอสบ๊วยกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างขิงสดซอย ต้นหอมซอย และพริกซอย ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยของหวานเมนูเต้าฮวยพุดดิ้ง (Taohuai Chinese Tofu Pudding) เมนูสุดสดชื่นยอดนิยม เสิร์ฟในรูปแบบพุดดิ้ง ออนท็อปด้วยปาท่องโก๋ไอซ์ซิ่งและโกจิเบอร์รี่ทอดกรอบ ราดซอสมะยงชิดที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดีคอมพลีตมื้ออาหารได้อย่างลงตัว

The O.S.S. Bar (ดิโอเอสเอสบาร์) เอาใจสายชิลด้วยสเปเชียลค็อกเทลและม็อกเทลที่ครีเอตขึ้นในเทศกาลตรุษจีนปีนี้โดยเฉพาะ เริ่มกันม็อกเทลดื่มง่ายรสชาติลงตัว “The Lunar Harmony” ม็อกเทลที่อินสไปร์มาจากบัวลอยน้ำขิง ใส่ความซ่าสดชื่นด้วยโซดาขิง เสริมความหวานด้วยไซรัปดอกเหนาจากพังงา ท็อปด้วยบัวลอยเนื้อนุ่มหนึบ ต่อกันด้วยแก้วที่สอง “The OSS Dynasty” ค็อกเทลเบสเบอร์เบินนำมาอินฟิวส์กับเก๊กฮวยและคาโมมายล์ให้ความหอมละมุน มีความขมเล็กน้อยจากส้มที่ปลายลิ้นเหมาะกับคนที่ชอบดื่มค็อกเทลรสเข้ม พลาดไม่ได้กับเมนูสุดรีเฟรชในรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวอย่าง “Golden Dragon” ค็อกเทลสุดชิคตกแต่งออนท็อปด้วยกิมมิคเก๋รับตรุษจีนกับโฟมนุ่มในลวดลายสไตล์จีน เบสเป็นจินโทนิกและอะมาเร็ตโต เพิ่มความหวานด้วยไซรัปโกจิเบอร์รี่ตัดด้วยรสชาติเปรี้ยวจากมะนาวและให้ความละมุนจากโฟมไข่ขาว ปิดท้ายด้วยเมนู Chinatown Lunar Elixir ค็อกเทลแสนสนุกกับเบสเตกีล่า ได้สัมผัสความสดชื่นแบบเต็ม ๆ จากซัมเมอร์ทีและบลูมเบอร์รี่ เครื่องดื่มสุดพิเศษทั้งสี่แก้วพร้อมให้ลิ้มลองแล้วที่ The O.S.S. Bar บาร์ไวบ์ดีกับดีไซน์สุดเท่เปี่ยมเรื่องราวในช่วงชีวิตสายลับของจิม ทอมป์สัน ลิ้มรสเมนูและเครื่องดื่มพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้แล้ววันนี้ถึง 13 กุมภาพันธ์นี้ ที่ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน

งานใหญ่ยักษ์รับปีมังกรทอง ดร.ยู – ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ บอสใหญ่ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) เค้าจัดอีกแล้วค่ะทุกคน ล่าสุดทุ่มงบก้อนโตจัดงานประชุมเชิงวิชาการและงานขอบคุณลูกค้า Interpharma Congress & Thank you party” อี๊ก!! แถมเซอร์ไพรส์จุกๆด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ 3 ตัวแม่ตัวมัม อั้ม- พัชราภา ไชยเชื้อ ,คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส และ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล นางเอกแถวหน้าของเมืองไทย ใน 3 ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ Bella Para ,ยาสีฟัน YUUU และ PROBAC 7 ของอินเตอร์ฟาร์มาอีกด้วยค่ะคุณ…ขา เรียกว่าพ่อบุญทุ่มสุดๆ คริคริ

งานนี้ ดร.ยู เค้าจัดเต็ม จัดหนัก จัดใหญ่แบบไม่ให้เสียหน้า แถมมินิคอนเสิร์ต โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ ,เลดี้ปราง และอ๊อฟ ปองศักดิ์ ให้ฟังกันเพลินๆ และฝากเชิญชวนสาวกอินเตอร์ฟาร์มา มาร่วมงานกันเยอะๆจุกๆแน่นๆ ที่ห้อง Infinity Ballroom โรงแรม Pullman Bangkok King Power วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ก่อนวาเลนไทน์ วันแห่งความ Love พอดิบพอดี มาคร๊า มาคร๊า

ในยุคที่นิวเจน เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและความคุ้นเคยกับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล ปัจจุบันพบว่าเด็กไทยใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงต่อวันท่องโลกอินเทอร์เน็ต โดย 83% ของเด็กไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้มีโอกาสสูงมากที่เด็กเหล่านี้จะเผชิญกับความเสี่ยงบนโลกออนไลน์หลากหลายรูปแบบ อันนำมาสู่การตั้งคำถามผู้ปกครองที่ต้องเลี้ยงลูกยุคดิจิทัลว่า “ในฐานะพ่อและแม่ คุณรู้จักลูกคุณดีแค่ไหน เมื่ออยู่บนโลกออนไลน์” และเนื่องใน “วันแห่งการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยสากล” (Safer Internet Day) 6 กุมภาพันธ์ 2567 ทรู คอร์ปอเรชั่น เทคคอมปานีไทย ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมแห่งการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และบริการโทรคมนาคมอย่างปลอดภัย เปิดเช็คลิสต์ ให้ผู้ปกครองได้ลองทดสอบว่าลูกของคุณมีภูมิคุ้มกันบนโลกออนไลน์มากน้อยแค่ไหน

5 คำถามง่ายๆ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ลูกคุณเป็น Digital Native หรือ Digital Naïve?

  1. ลูกคุณเข้าชมไลฟ์ (live) ของดารา แล้วส่งของขวัญที่มีการโอนเงินให้กับดาราหรือคนที่กำลังติดตามอย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน
  2. ลูกคุณแชร์เรื่องราวที่เป็นประโยชน์และไม่ทำลายชื่อเสียงผู้อื่น
  3. ลูกคุณโพสต์วิจารณ์หน้าตา รูปร่าง หรือคอมเมนต์แบบหยาบคาย แสดงความคิดเห็นให้ร้ายต่อผู้อื่น
  4. ลูกคุณเข้าใจวิธีการแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมที่มุ่งทำให้คนอื่นเข้าใจผิด
  5. ลูกคุณใช้เวลานานและสูญเสียเงินกับการเล่นเกมออนไลน์โดยไม่ตั้งใจ

วิธีการคำนวณคะแนน : คำตอบ ใช่เท่ากับ 1 คะแนนและไม่ใช่เท่ากับ  0 คะแนน

  • หากลูกของคุณได้น้อยกว่า 2 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม Digital Native ที่มีภูมิคุ้มกันในการใช้อินเทอร์เน็ต หมายถึง ลูกของคุณมีความรับผิดชอบ ไม่ประมาทในการใช้อินเทอร์เน็ต ตระหนักถึงภัยที่เกิดจากอินเทอร์เน็ต และนึกถึงผลกระทบที่ส่งผลต่อตัวเขาและผู้อื่นในทางที่ดี รวมถึงรู้วิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ต
  • หากลูกของคุณได้ 2 คะแนนขึ้นไป จัดอยู่ในกลุ่ม Digital Naïve ที่มีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่งในการใช้อินเทอร์เน็ตได้ หมายความว่า มีโอกาสตกเป็นเหยื่อบนโลกออนไลน์ เช่น โดนล่อลวง การหลงเชื่อข่าวปลอม การเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รุนแรง ติดโซเชียล ติดเกม ซึ่งควรต้องปลูกฝังให้เด็กรู้เท่าทันความเสี่ยงเหล่านี้และใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีภูมิคุ้มกัน

ส่งเสริม Digital Native เพื่อสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์  

เพื่อร่วมปลุกจิตสำนึกนิวเจน ให้เป็น Digital Native ที่ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีความรับผิดชอบ โครงการ dtac Safe Internet จึงถ่ายทอดเรื่องราวภัยมืดในโลกไซเบอร์ผ่านสื่อ edutainment ในรูปแบบภาพยนตร์สั้นที่เข้าถึงง่าย ชูแนวคิดการสร้างวัฒนธรรมออนไลน์ที่สร้างสรรค์ หยุด Cyber Bullying เพราะโลกออนไลน์มีผลต่อชีวิตใครหลายคนมากกว่าที่คุณคิด หยุดดู หยุดแชร์ หยุดรังแกกันบนโลกออนไลน์ รับชมได้ที่

นอกจากนี้ ทรู ยังได้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้น้องๆนักเรียนหรือผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้และทำแบบทดสอบกับหลักสูตร “รู้ทันโลกออนไลน์” จากทรูปลูกปัญญา ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งการป้องกันภัยจากโลกไซเบอร์ การตั้งพาสเวิร์ด รูปแบบและโทษของ Cyberbullying ภัยโซเชียลมีเดียใกล้ตัว กฎหมายอินเทอร์เน็ตน่ารู้ และ Fake News โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.trueplookpanya.com/rootanlokonline

#SID2024 #SaferInternetDay #TrueSafeInternet #TrueSustainability

เซ็นทรัลเวิลด์ ดึง ‘ซี-นุนิว และ Flower.far’ ฉลองความยิ่งใหญ่ตรุษจีนปีมังกร พาชมความปังรับความเฮงของงาน “centralwOrld The Great Chinese New Year 2024”  และครั้งแรกสุดเซอร์ไพรส์กับ ‘นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์’ King Of White Dragon และ Flower.far หรือ ฟาร์-พิชญานิน หนูศรี ที่จะมาร้องเพลงโชว์พลังเสียงผสานดนตรีจีนในชุด The Wall of Nine Dragons บนเวทีและผ่านจอ The PanOramix ภายในการอำนวยการเพลงของโดย ผศ.ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์ และออเคสตร้า 40 ชิ้น จาก Thailand Philharmonic Pops Orchestra และหนุ่มซี-พฤกษ์ พานิช จะพาแฟนๆไปชมความปังรับความเฮงของงาน “centralwOrld The Great Chinese New Year 2024” ทั่วศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  และชวนจับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว ชมโชว์สุดตระการตา อาทิ โชว์เชิดมังกรทอง LED 120 เมตรและสิงโตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สักการะเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้ามังกร และเทพเจ้ากวนอู เสริมความมงคล ลิ้มรสชาติ The Royal Project Chinese Bistro อาหารมงคล Fine Dining จากโครงการหลวง ช้อปของไหว้และสินค้ามงคล และอิ่มอร่อยไปกับ The Chinese Market ที่รวมร้านเด็ดร้านดังกว่า 40 ร้านจากเยาวราชสู่ใจกลางเมือง ตั้งแต่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#centralwOrld #TheGreatChineseNewYear2024 #CTWCNY2024 #ZeeNuNew #ZeePruk #NuNew #Flowerfar

(กรุงเทพฯ, 2 กุมภาพันธ์ 2567) – ออกเดินทางเสริมพลังบุญกับสายการบินไทยเวียตเจ็ทด้วยโปรโมชั่น “2.2 คุ้มมงลง เที่ยวมงคล (2.2 Limited Offers) เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 22 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 26 ตุลาคม 2567 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ ฟูกุโอกะ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และหางโจว รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

31 มกราคม 2567, กรุงเทพฯ – ออเนอร์ (HONOR) ผู้ให้บริการอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ชวนสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับเรือธงรุ่นใหม่ HONOR Magic V2 ภายใต้คอนเซปต์ “พับที่บางกว่า – Foldable Ultra Slim” ชูไฮไลต์เด่นด้วยดีไซน์พรีเมียมที่บางและเบา ตัวเครื่องบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร ขณะพับหน้าจอ และบางเพียง 4.7 มิลลิเมตร เมื่อกางออก ซึ่งบางกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปบางรุ่นในตลาดปัจจุบัน พร้อมยกระดับการใช้งานแบบไร้ขีดจำกัดด้วยแบตเตอรี่คู่ซิลิคอนคาร์บอนขนาดใหญ่ 5000mAh ที่บางที่สุดและให้ความจุเยอะกว่าคู่แข่งในตลาด อีกทั้งมาพร้อมหน้าจอถนอมสายตาขนาดใหญ่ถึง 7.92 นิ้ว ทำให้ผู้ใช้รับชมคอนเทนต์หรือทำงานผ่านสมาร์ตโฟนได้อย่างสบายตาในช่วงเวลาที่ยาวนาน ถือได้ว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ตโฟน เตรียมพร้อมเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมโปรโมชันช่วงพรีออเดอร์ในวันที่ 8 – 12 กุมภาพันธ์ 2567 เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป

HONOR Magic V2 โทรศัพท์มือถือจอพับระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจาก HONOR โดยเป็นสมาร์ตโฟนพับได้ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศจีน ปี 2023 เน้นจับกลุ่มคนทำงานและกลุ่มคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ที่มาพร้อมการใช้งานทรงพลัง ครบครันในทุกด้าน พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ทาง HONOR พัฒนาขึ้นมาเองชูจุดเด่นในเรื่องนวัตกรรมการดีไซน์สวยล้ำที่สุดของความบางและเบา ด้วยตัวเครื่องบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร ขณะพับหน้าจอ และบางเพียง 4.7 มิลลิเมตร เมื่อกางออก โดยถือเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่บางที่สุด ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย พร้อมน้ำหนักเบากว่าเพียง 231 กรัม ทำให้พกพาสะดวก จับถนัดมือ เหมาะสำหรับถือใช้งานเป็นเวลานาน ตลอดจนอัดแน่นศักยภาพการใช้งานต่อเนื่องยาวนานด้วยแบตเตอรี่คู่ใหญ่ถึง 5000mAh ที่บางที่สุด เพียง 2.72 มิลลิเมตร และอีกจุดไฮไลต์สำคัญอย่างคุณสมบัติหน้าจอถนอมสายตา ใหญ่ที่สุดถึง 7.92 นิ้ว ที่ตอบโจทย์ชีวิตการทำงาน ช่วยให้อ่านบทความหรือการตรวจงานต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้ทุกการประชุมออนไลน์ของทุกคนมีประสิทธิภาพและได้ผลดีที่สุด

ห้ามพลาด! เตรียมสัมผัสกับความมหัศจรรย์แห่งความบางและเบาที่สุด ครั้งแรกในประเทศไทย ในงานแถลงข่าวเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ HONOR Magic V2 และโปรโมชันสุดพิเศษ พร้อมกันในวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. ผ่านทาง Facebook และ YouTube Live HONOR Thailand โดยจะเริ่มพรีออเดอร์พร้อมโปรโมชันพิเศษระหว่างวันที่ 8 – 12 กุมภาพันธ์ และเริ่มวางจำหน่ายสินค้าที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hihonor.com/th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก HONOR Thailand

SCB  WEALTH มองตลาดตราสารหนี้ในปี 2567 ยังสร้างผลตอบแทนได้ดี จากอานิสงส์ดอกเบี้ยคงอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มปรับตัวลงในอนาคต   หุ้นกู้ส่วนใหญ่อายุเฉลี่ยยาว จ่ายดอกเบี้ยรับคงที่ แนะลงทุนหุ้นกู้ต่างประเทศ Investment  Grade  ระวังการลงทุนในหุ้นกู้ต่างประเทศ High Yield  หวั่นมีความเสี่ยงการชำระหนี้  โดยเฉพาะผู้ออก rollover ช่วงดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง  ส่วนหุ้นกู้เอกชนไทยไม่น่ากังวล มี High Yield ต่ำกว่า 10% ของตราสารหนี้ในตลาดทั้งหมด คาดปีนี้มีหุ้นกู้ออกใหม่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็น High Yield 1.3 แสนล้านบาท  แนะควรกระจายความเสี่ยง ลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ไม่มาก และศึกษาเงื่อนไขการลงทุนอย่างรอบคอบ หากไม่พร้อมลงทุนด้วยตนเอง  แนะเลือกลงทุนผ่านกองทุน SCBDBOND 

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในปี 2567  คาดว่าจะยังสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง จากการที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงสุด  และมีแนวโน้มปรับตัวเป็นขาลงในอนาคต จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ซึ่งตราสารหนี้ทั่วโลกส่วนใหญ่ มีอายุเฉลี่ยยาว และจ่ายดอกเบี้ยรับ (coupon) คงที่  โดยเมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรลดลง   ราคาของพันธบัตรมักจะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนนอกจากจะได้รับผลตอบแทนจาก Coupon  แล้ว ยังจะได้รับผลตอบแทนจาก capital gain  เพิ่มอีกด้วย

ทั้งนี้  จากการศึกษาข้อมูลในอดีต  พบว่า นับจากวันที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นครั้งสุดท้ายไปอีก 12 เดือนข้างหน้า ตราสารหนี้ต่างประเทศจะทำผลงานได้ค่อนข้างดี เช่น ในปี 2527 , 2532 ,2538 , 2543 , 2549 และ 2551 เมื่อดอกเบี้ยแตะระดับสูงสุดแล้วหยุดขึ้น หุ้นกู้สามารถให้ผลตอบแทนได้ในระดับ 10-24% และเมื่อเข้าสู่วงจรที่ดอกเบี้ยเริ่มปรับลดลงใน 1-2 ครั้งแรก ใน 6-12 เดือนข้างหน้า ตราสารหนี้ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทำผลงานได้ดีมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทำได้ ในขณะที่สินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น เมื่ออยู่ในช่วงดอกเบี้ยหยุดขึ้นอาจจะยังทำผลงานได้ดี แต่เมื่อดอกเบี้ยเริ่มลดลงครั้งแรก จะทำผลงานได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (underperform)  หรืออาจให้ผลตอบแทนติดลบ

สำหรับภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในปีที่ผ่านมา  สร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี โดยกลุ่มตราสารหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่ลงทุนได้ และ มีความเสี่ยงสูง ประเภท หุ้นกู้ High Yield สหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนสูงสุดประมาณ 13.5% เป็นผลจากตลาดเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจดีขึ้นในช่วงปลายปี โดยมองว่าเศรษฐกิจจะมีทิศทางชะลอตัวอย่างช้าๆ (Soft Landing) จากช่วงต้นปีที่มองว่าเศรษฐกิจอาจเกิดภาวะถดถอย (Recession)  นักลงทุนจึงพร้อมเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk on) เป็นผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้สร้างผลงานได้ดีช่วงปลายปี รวมถึงตราสารหนี้ High Yield ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567-2568 นี้ จะเริ่มมีอุปทาน High Yield ออกสู่ตลาดมากขึ้น เนื่องจากมีบริษัทจำนวนมาก ที่ต้องการออกหุ้นกู้  High Yield เพื่อนำไปชำระหนี้เดิม (rollover)   แม้จะมีความท้าทายที่จะต้องออกหุ้นกู้ ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่งบดุลของบริษัทที่ออกตราสารประเภทนี้อาจไม่ได้ดีเท่ากับช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้มองว่า ตราสารหนี้ High Yield อาจไม่น่าสนใจลงทุน และต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการ rollover มากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงที่มาจากความสามารถในการชำระหนี้  กรณีที่ต้อง rollover ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้  จึงแนะนำให้นักลงทุนควรมีตราสารหนี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตลงทุน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  เพราะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดได้ดีกว่าในอดีตที่ผ่านมา   หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ในระดับค่อนข้างต่ำ ควรมีตราสารหนี้ประมาณ 70-80% ของพอร์ต ส่วนที่เหลือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง  แต่หากรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง อาจมีตราสารหนี้ 50-60%  และส่วนที่เหลือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง

นายศรชัย  กล่าวต่อไปว่า  การลงทุนในหุ้นกู้เอกชนไทย  โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่ตราสารหนี้ High Yield หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้จัดอันดับเครดิต มีต่ำกว่า 10% ของหุ้นกู้ทั้งหมด ดังนั้นตลาดโดยรวมจึงยังไม่น่าเป็นห่วง และคาดว่าในปีนี้จะมีการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิม ที่ครบอายุประมาณ 1 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่ม Investment Grade มีความต้องการซื้อเข้ามาตลอดเวลา   จึงไม่มีปัญหาในการ rollover  เมื่อมีการออกหุ้นกู้ใหม่ ส่วนหุ้นกู้ประเภท  High Yield ออกใหม่ คาดว่าจะมีประมาณ 1.3 แสนล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่า ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น  ควรเน้นคัดเลือกอุตสาหกรรมที่ไม่น่ากังวล  มีหนี้สินต่อทุนยังต่ำ และ แนวโน้มธุรกิจมีการเติบโตได้ดี

สำหรับข้อแนะนำการลงทุนในหุ้นกู้ High Yield  ควรกระจายความเสี่ยง ลงทุนในแต่ละตัวไม่มาก และให้ความสำคัญในการดูเงื่อนไขของหุ้นกู้ประกอบให้มาก เช่น เป็นหุ้นกู้ประเภทไหน มีหลักประกันหรือไม่ หลักประกันนี้ยึดได้ทันทีที่ผิดนัดชำระเลยหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรลงทุนหุ้นกู้ที่มีระดับความเสี่ยงลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น ส่วนในกรณีที่มองว่าไม่สามารถคัดเลือกหุ้นกู้เองได้แบบละเอียดถี่ถ้วน แนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนรวม เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Dynamic Bond หรือ SCBDBOND ที่เน้นคัดเลือกลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนที่มีคุณภาพสูง อยู่ในระดับ Investment Grade ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สามารถช่วยลดความกังวลต่อเครดิตเรตติ้งของตราสารหนี้ให้นักลงทุนได้ระดับหนึ่ง กองทุนนี้มีความยืดหยุ่น ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับกลยุทธ์เพิ่มหรือลดอายุของตราสารหนี้ (Duration) เพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะตลาด ช่วยสร้างผลตอบแทนบนสภาวะดอกเบี้ยในสถานการณ์ดอกเบี้ยทุกรูปแบบได้    

 คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุน SCBDBOND เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ มีความเสี่ยงระดับ 4 คือ ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
  • เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ไทยพาณิชย์ จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777

ดร. ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมโรงงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีทีมผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้แทนจากภาครัฐ และพันธมิตรธุรกิจ นำโดย มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. มาร์ค เบอร์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และ
นายศิวัต จรัณยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีกำหนดการในการเยี่ยมชมกระบวนการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองรถยนต์คันที่ 200,000 ที่ออกมาจากสายการผลิตในประเทศไทย “EQS 500 4MATIC AMG Premium” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ที่มีการผลิตแบตเตอรี่และประกอบในประเทศไทย

บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ในการขึ้นไลน์ผลิตและประกอบรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 46 ปี โดยนอกจากการผลิตเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ในประเทศ ทางบริษัทฯ ได้ขยายตลาดการส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเน้นย้ำแนวคิดการผลิตแบบ CKD (Completely Knocked Down) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาด โดยมีรถยนต์กว่า 13 รุ่นที่ถูกผลิตขึ้นในโรงงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แก่ A-Class, C-Class, E-Class, S-Class, GLA, GLC, GLE, GLS, C-Coupe, GLC-Coupe, CLS, Maybach S-Class, และ EQS นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังเป็นผู้บุกเบิกการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัว EQS 500 4MATIC AMG Premium เมื่อปี 2565 ตอกย้ำเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย

นายชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด (ที่ 3 จากขวา) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ในรุ่น XY Series ที่สุดของเทคโนโลยี “Fast Cooling Plus” ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ที่เย็นเร็ว รู้ใจ ประหยัดไฟยิ่งขึ้น ตู้เย็นกลุ่ม “Premium Series” คุณภาพสูง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีถนอมอาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอีกหลาย Line Up พร้อมเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ โดยมี นนท์ – ธนนท์ จำเริญ (กลาง) พรีเซนเตอร์ ร่วมตอกย้ำจุดแข็งแบรนด์คุณภาพ และผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

นครสวรรค์ – 31 มกราคมนี้! เตรียมพบซุป’ตาร์แถวหน้าเมืองไทยจากละครดังในอดีตที่เคยสร้างปรากฏการณ์เยือนเมืองปากน้ำโพตามรอยละคร ซ้อเรณู – ‘เบลล่า ราณี’ และ อาซา – ‘เจมส์ จิรายุ’ ควงคู่ฉลองเปิด “เซ็นทรัล นครสวรรค์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งภาคกลางตอนบนของชาวปากน้ำโพและจังหวัดใกล้เคียง กับโชว์สุดตระการตา “The Cloud of Happiness อัศจรรย์ สวรรค์นคร” งานนี้มีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ห้ามพลาด! และครั้งแรกกับการฉลองเปิดเซ็นทรัล นครสวรรค์ ยิงยาว 12 วัน 12 ไฮไลต์  พิเศษสุดๆ กับ ครั้งแรกเหนือน่านฟ้านครสวรรค์ กับขบวนโดรนแปรภาพและอักษรกว่า 300 ลำ และโชว์พลุสุดตระการตานานกว่า 15 นาที ชมโชว์แห่ 5 มังกรสวรรค์มงคล มังกรเทพเจ้าสีทองและสีเงิน LED ที่ยาวที่สุดในไทย, สุขสวรรค์ มาร์เก็ต รวมสินค้า Local Product ในรูปแบบสุด Exclusive, อุโมงค์โคมสวรรค์ ตกแต่งด้วยโคมไฟเพ้นท์มือจาก Local Artists และชาวนครสวรรค์, สวรรค์นครเมนู รังสรรค์เมนูพิเศษชูวัตถุดิบท้องถิ่น จาก 5 ร้านแบรนด์ดัง อาทิ Bar B Q Plaza, Salad Factory, Sukishi Korean Charcoal Grill, ลาวญวน และ แหลมเจริญซีฟู้ด และสายมูห้ามพลาดกับ เครื่องรางพิเศษ Lucky Charm ผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากวัดมังกร และศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งเมืองนครสวรรค์ เคลียร์คิวให้พร้อม แล้วพบกัน! วันพุธที่ 31 มกราคม 2567 เซ็นทรัล นครสวรรค์ ประตูเปิด 11.09 น. และงานฉลองเปิด เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G

#CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา #CentralNakhonSawan #เซ็นทรัลนครสวรรค์ #สุขทุกวันที่สวรรค์นคร #เจมส์จิรายุ #jirayu_jj  #เบลล่าราณี #bellacampen #จิราณี

เดชา ธรรมชัยพิเนต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีพร้อมร่วมงาน “OPPO Reno11 Series 5G Launch Event” เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO (ออปโป้)  ประสบการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพคนอย่างโปร โดยมี เสวี่ยเฟิน สือ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ออปโป้แห่งประเทศไทย  บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด (OPPO) ให้การต้อนรับและรับมอบดอกไม้แสดงความยินดี ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 24 มกราคม 2567 – ผ่านไปแล้วกับงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 700 สาขาทั่วประเทศไทยของ วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นที่เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เนรมิตรลานกิจกรรมชั้น G ให้เต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน เพื่อเป็นการตอบแทนรอยยิ้มและความสุขกลับคืนสู่ลูกค้าและพันธมิตรที่ได้ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา โดยมีดาราชั้นนำอย่าง นิว-ฐิติภูมิ, เต-ตะวัน, เลดี้ปราง-กัญญ์ณรัณ และศิลปินวง ATLAS มาร่วมแสดงความยินดี และสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษ ได้รับความสนใจ และเสียงกรี๊ดจากเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจกันอย่างท่วมท้น รวมถึงงานนี้ วัตสัน ยังสานต่อการสนับสนุนองค์กรการกุศล สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ (บ้านพักฉุกเฉิน) ด้วยการมอบเงินบริจาคจำนวน 700,000บาท เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่ง และความเท่าเทียมของผู้หญิงในสังคม อย่างที่วัตสันได้ทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดอีกด้วย

วันนี้ วัตสัน ขอรวบรวมโมเมนต์ประทับใจที่เกิดขึ้นภายในงานเฉลิมฉลองครบ 700 สาขานี้มาฝากทุกคนกัน!

รับโชค : ยุทธนา ภู่ประกาย (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เคอี พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด ร่วมกับ แก้วขวัญ เผอิญโชค (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทูลานี โฮเทลส์ จำกัด มอบรางวัลห้องพักสุดหรู ทูลานี รีสอร์ท เกาะกูด (Tolani Resort Koh Kood) จำนวน 3 รางวัล ให้แก่ผู้โชคดีแคมเปญ ALLY Exclusive Festival 2023 ช้อปดีมีลุ้น มอบความสุขสุดพิเศษและเพื่อเป็นการตอบแทนให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการศูนย์การค้าในเครืออัลไล (ALLY)  โดยมี มณีรัตน์  โคตรศรี, กรัณฑ์แก้ว จันทร์ไพจิตร และเมธี นีระ ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) เมื่อเร็วๆนี้

กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2567 – เปิดปีใหม่มาไม่ทันไร realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ก็เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการอย่างต่อเนื่อง หลังจากปีที่แล้วฉลองความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่กับการทำยอดขายทะลุ 200 ล้านเครื่องทั่วโลก ล่าสุดสมาร์ตโฟนรุ่นแชมเปี้ยนในตระกูล C Series ซึ่งขายไปแล้วกว่า 100 ล้านเครื่อง ก็เตรียมส่งสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลอย่าง “realme C67” สู่ตลาดไทยในวันที่ 25 มกราคมนี้ โดยเรียลมีแอบกระซิบดังๆว่าคราวนี้สเปกจัดเต็มเหมือนเคย

realme C67 มาพร้อมกับกล้องความละเอียดถึง 108 ล้านพิกเซล มอบภาพที่มีความคมชัดเหนือระดับ นอกจากนี้ กล้อง 108MP ในรุ่น C67 ยังมาพร้อม 3X In-sensor Zoom ที่ดีที่สุดซึ่งเป็นครั้งแรกของสมาร์ตโฟนตระกูล C อีกทั้งยังนับว่าเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ โดยการซูม 3 เท่านี้ได้รับคำชมอย่างล้มหลามจากสมาร์ตโฟนในซีรีส์หมายเลขของ realme

realme C67 มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีเขียวประกายทอง Sunny Oasis และสีดำ Black Rock ตัวเครื่องดีไซน์ออกมาได้บางเฉียบเพียง 7.59 มม. โดย C67 ยังเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในช่วงราคาเดียวกันที่ออกแบบขึ้นโดยปราศจากโครงพลาสติกสำหรับหน้าจอ ซึ่งที่ผ่านมามักจะเป็นดีไซน์ที่พบได้ในรุ่นเรือธงระดับพรีเมียมเท่านั้น!

C67 ใช้ขุมพลังจากชิปเซ็ต Snapdragon 685 6nm ที่ได้คะแนนสูงถึง 330k+ และยังเป็นการใช้ชิปเซ็ต Snapdragon รุ่นแรกในซีรีส์ C และดีที่สุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในเซกเมนต์อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับฟีเจอร์อื่นๆก็ยังมาเหนือไม่แพ้ใคร ด้วย Mini capsule 2.0 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับการแจ้งเตือนสภาพอากาศหรือควรคุมการเล่นเพลงได้อย่างตามใจ ทั้งนี้ C67 ยังมาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอคู่ตัวแรกใน C ซีรีย์ ด้วยสเปกขั้นเทพขนาดนี้ การเปิดตัวในเร็วๆนี้ของ realme C67 ในเมืองไทยจึงเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

โดยแฟนๆเรียลมีสามารถติดตามรายละเอียดราคา realme C67 ได้ในวันที่ 24 มกราคม ผ่านช่องทางเพจ realme TH (https://www.facebook.com/realmeTH) พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มกราคม งานนี้สาวกเรียลมีห้ามพลาด

กรุงเทพฯ – 19 มกราคม 2567) “แอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 ทำถึง… ทุกภารกิจแบบที่จักรวาลไม่ผิดหวัง รักก็รุ่ง งานพุ่งกระฉูด ศักยภาพพร้อมโกอินเตอร์ ปีนี้กวาดรายได้ 100 ล้านไม่เกินจริง ล่าสุดรับอีกมงในฐานะ The Portrait Expert ให้กับ OPPO Reno11 Series 5G สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดถ่ายคนอย่างโปร ด้วยการมาพร้อมกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ที่ก้าวไปอีกขั้น ประสิทธิภาพอันทรงพลัง และพบกับ OPPO Pad Neo แท็บเล็ตรุ่นใหม่มอบความจอยทุกความสนุกเหนือระดับ มาพร้อมกับ OPPO Enco Air3s หูฟังไร้สายที่เก็บทุกท่วงทำนองให้คุณภาพเสียงทรงพลัง และ OPPO Enco Buds2 สีใหม่ หูฟังไร้สายตัวเล็ก เบสทรงพลัง งานนี้บอกเลยเตรียมตาแตกกับลุคสุดจึ้งสระอึ้งกับรอยยิ้มสะท้านโลกจนจักรวาลตะลึงของสาวแอนโทเนีย แล้วพบกันในงานเปิดตัว OPPO Reno11 Series 5G Launch Event ในวันอังคารที่ 23 มกราคมนี้ เวลา 17.00 เป็นต้นไป ทาง Facebook, YouTube และ TikTok ของ OPPO Thailand เท่านั้น