กองทรัสต์อัลไล ปิดรายได้รวม 9 เดือนแรกปี 66 ที่ 1,274.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 481.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากพื้นที่ค้าปลีกแข่งเดือดรับกำลังซื้อฟื้น ล่าสุดเตรียมจ่ายเงินปันผลไตรมาส 3 นี้ 0.1600 บาทต่อหน่วย พร้อมแจงเลื่อนเข้าลงทุนเพิ่มเติมโครงการ 111 ประดิษฐ์มนูธรรมไปก่อน หลังตลาดทุนผันผวนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์อัลไล เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกประจำปี 2566 กองทรัสต์มีรายได้รวม 1,274.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2% และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 481.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับปี 2565 โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่   ไตรมาส 3 กองทรัสต์มีรายได้รวม 426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการจำนวน 399.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2566  ล่าสุด กองทรัสต์ประกาศจ่ายปันผล ในอัตรา 0.1600 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าการจ่ายอยู่ที่ 139.9 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือน กองทรัสต์อัลไล จ่ายปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 0.4970 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าการจ่ายอยู่ที่ 434.4 ล้านบาท  คิดเป็นอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 10.7% เมื่อเทียบกับราคาตลาด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566

“ปี 2566 การแข่งขันพื้นที่ค้าปลีกจะรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯที่ ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และการเปิดโครงการค้าปลีกใหม่ๆ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มเผชิญกับโควิด-19 ทำให้พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นจาก 7.9 ล้านตร.ม. ในปี 2565 เป็น 8.2 ล้านตร.ม. ในไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ และยิ่งหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาช่วยเสริม ก็น่าสนับสนุนตลาดค้าปลีกเพิ่มขึ้นอีก”

นอกจากนี้ยังพบว่านักพัฒนาร้านค้าปลีกรายใหญ่ยังขยายหน้าร้านอย่างจริงจังและสำรวจรูปแบบออนไลน์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อดึงดูดลูกค้านำหน้าคู่แข่ง อีกทั้งยังเน้นการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้เชื่อว่าตลาดค้าปลีกโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกองทรัสต์อัลไล ปัจจุบัน มีโครงการภายใต้การบริหารจัดการ จำนวน 13 โครงการ ได้แก่ โครงการศูนย์การค้าคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ โครงการศูนย์การค้าเดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา โครงการศูนย์การค้าเดอะ คริสตัล เอสบี (ราชพฤกษ์) โครงการศูนย์การค้าอมอรินี่ รามอินทรา โครงการศูนย์การค้าแอมพาร์ค จุฬา โครงการศูนย์การค้าเพลินนารี่ มอลล์ วัชรพล โครงการศูนย์การค้าสัมมากร เพลส รามคำแหง (เวสต์) โครงการศูนย์การค้าสัมมากร เพลส รังสิต โครงการศูนย์การค้าสัมมากร เพลส ราชพฤกษ์ โครงการศูนย์การค้าเดอะซีน ทาวน์ อิน ทาวน์ โครงการศูนย์การค้ากาดฝรั่ง วิลเลจ และโครงการศูนย์การค้าเดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพร์ม หัวลำโพง ส่งผลให้โดยรวมมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 160,170 ตารางเมตร

            นายกวินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ 111 ประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเดิมมีแผนจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมมูลค่ารวมไม่เกิน 670 ล้านบาทนั้น ผู้จัดการกองทรัสต์ได้มีมติให้เลื่อนการเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าว ออกไปจนกว่าสภาวะตลาดทุนจะมีความเหมาะสมแก่การเข้าลงทุน เนื่องจากสภาวะตลาดทุนในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมมีระยะเวลาการดำเนินงานที่เหมาะสม และสามารถสร้างผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีที่สุดต่อกองทรัสต์ได้